วันนี้ (6/12/2006) เกิดเรื่องเศร้าอีกหนึ่งเรื่อง ผมเองคงไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มาก
เท่าไรนัก แต่ก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อทั้งเหตุการณ์และ เพื่อนน้องผมด้วย และยิ่งทำให้คิด
และหันกลับมามองที่ตัวเองมากขึ้น
เมื่อ ประมาณ 6 โมงเย็น ระหว่างที่กำลังกินข้าวนั้น แม่ผมพูดให้ฟังว่า เย็นนี้ น้องผมไม่กลับ
มาทานเข้าที่บ้านนะ เพราะต้องไปงานศพ พ่อและแม่ ของเพื่อนที่สนิทมาก สมัยมัธยมต้น ที่
สาธิต ปทุมวัน ซึ่งเสียชีวิตพร้อมกัน ในอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อวันที่ 4 ธันวา ที่ผ่านมา ซึ่งผมมา
ทราบทีหลังว่า พ่อและแม่ของเพื่อนคนนี้ กำลังจะเดินทางกลับจากการไปเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว
ระหว่างนั้นมีรถที่คนร้ายกำลังขับหนีตำรวจ เนื่องจากข้อหาขนยาไอซ์ ในเลนฝั่งตรงข้ามสวนพุ่งชน
ซึ่งขณะนั้นตัวพ่อของเพื่อนน้องคนนี้กำลังหลับอยู่ในรถ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนตัวแม่นั้น ซึ่ง
เป็นคนขับรถมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แต่คนร้ายดันรอด และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
งานศพเพิ่งจัดวันนี้เป็นวันแรก เหตุเพราะวันที่ 5 ธันวา มีกฏห้ามจัดงานศพทุกชนิด
เพื่อนน้องคนนี้ยังเล่าต่อว่า ก่อนไปเที่ยว พ่อและแม่ของเขาได้ชวนไปเที่ยวด้วย แต่เนื่องจาก
ติดอ่านหนังสือสอบ เลยไม่ได้ไป ...
พอผมฟังจากที่แม่ผมเล่าจบ ผมก็รู้สึกวาบไปเลย แบบว่า เฮ้ย เสียชีวิตทั้งพ่อ ทั้งแม่ เนี่ยนะ
เป็นใคร ใครจะรับไหว แบบหมดทั้งที่พึ่ง คนดูแล คนที่คอยให้คำปรึกษา ยิ่งพอรู้ว่า น้องเขา
คนนี้กำลังเรียนอยู่ บัญชี จุฬา ปี 2 และมีพี่ชายอีก 2 คน คนหนึ่งเรียนอยู่วิศวะ จุฬา ปี 4 ส่วน
คนโตสุดเรียนโท อยู่ที่ USA แบบว่ายังไม่มีใครที่ทำงานและสามารถให้การช่วยเหลือดูแล
ได้เลย และยิ่งเศร้ากว่า เมื่อได้รู้ความจริงอีกว่า ตอนนี้ พี่ชายที่เมกา ยังไม่ทราบข่าวเรื่องนี้
(แต่เพื่อนๆ คนไทยในเมืองเดียวกัน รวมถึง room mate รู้เรื่องหมดแล้ว) และพี่ชายคน
โตนี้ ยังเพิ่งคุย webcam กับพ่อกับแม่เขาไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า วันที่ 16 นี้จะกลับไทย เพื่อ
จะไปกินข้าวและเที่ยวด้วยกัน...... เศร้านะ
รู้สึกสลด เมื่อไร ไอ้คนส่งยา+คนเสพยาเนี่ย มันจะตายๆไปให้หมดประเทศไทยสักทีวะ มี
ชีวิตอยู่แม่งก็ก่อแต่เรื่อง ให้ตายไปก็น่าจะดี เบื่อแล้วว่ะ กับที่นักการเมือง + นักวิชาการ
แม่งบอกว่า คนเสพ เนี่ย เป็นผู้ป่วย ต้องได้รับการรักษา....แต่ในเมื่อผู้ป่วยนี้ โอกาสหาย
มันก็ยาก แถมจะดึงลูกโซ่ Demand ให้มากขึ้น Supply ก็เพิ่มขึ้นอีก มันก็ไม่จบสักที
แล้วจะต้องมีคนสังเวยอีกกี่คนครับ น่าจะมีการออกกฏหมายประหารชีวิตคนขายยาเสพติด
ทุกประเภททุกปริมาณเลย โดยไม่มีการถวายฏีกา สักที
พอคิดแล้ว ก็มองกลับมาถึงตัวเอง ว่า เราเนี่ยดีแค่ไหน ที่ยังมีพ่อและแม่คอยดูแล ให้คำ
ปรึกษาอยู่ และก็มานั่งคิดต่อว่า ถ้าไม่มีพ่อและแม่อยู่ ชีวิตเรามันคงจะแย่มากๆ เฮ่อ...
ถึงเพื่อนๆ รีบๆทำดีกับท่านเยอะๆนะครับ เหมือนบทความของน้าเน๊ก ครั้งก่อน
"ทำให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ"
สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อน้องคนนี้และครอบครัวด้วยครับ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ทั้งหลายนำทางดวงวิญญาณของพ่อและแม่ของน้องเขาไปสู่สุขคติด้วยครับ